ใช้บัตรเครดิตอย่างไร ที่จะไม่ให้หนี้สินพอกพูน


เคล็ดลับการใช้บัตรเครดิตอย่างไรให้เอื้อประโยชน์ทางการเงินสูงสุด ปัญหาทางการเงินยอดนิยมของมนุษย์เงินเดือนที่ได้เห็นกันอย่างแพร่หลายในทุกวันนี้ คือการเป็นหนี้เป็นสิอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งบัตรเครดิตที่เผลอแป๊บเดียวก็งอกเงยโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่แก้ไขยากเสียด้วยเพราะชีวิตของชนชั้นกลางก็ต้องดำเนินต่อไปท่ามกลางรายจ่ายต่าง ๆ ที่ถ้าคุมไม่ได้ก็มักเกินรายได้และหนี้ก็สะสมพอกพูนยากที่จะทำให้หมดสิ้นไป ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศศง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงได้ทำคู่มือการพิจารณาก่อนการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตไว้ในเว็บไซต์ www.bot.ot.th โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจไว้ดังนี้ ผู้ที่ใช้บัตรเครดิตควรศึกษาการคิดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารในการใช้บัตรเครดิตให้เข้าใจเพื่อจะได้วางแผนการใช้เงินได้อย่างถูกต้อง เช่น สมมุติท่านมีเงินเดือน 15,000 บาท ท่านจะได้วงเงินบัตรเครดิต 5 เท่าของเงินเดือนตามกฎเกณฑ์ของ ธปท. นั่นก็คือ 75,000 บาท หากท่านใช้เต็มวงภายในเดือนแรกแล้วหยุดใช้บัตร และผ่อนจ่ายขั้นต่ำ 10% ท่านทราบหรือไม่ว่าต้องใช้เวลาถึง 43 เดือน ในการชำระหนี้จนหมด ในกรณีเดียวกัน แต่หากท่านชำระ 50% ของยอดใช้บัตรท่านจะใช้เวลา 10 เดือน ในการชำระหนี้จนหมด ศศง. กล่าวว่า การทำความเข้าใจในเรื่องดอกเบี้ยจะทำให้ท่านรู้ว่าวงเงินที่ท่านชำระหนี้ไปตัดเงินต้นเท่าไหร่และดอกเบี้ยเท่าไหร่ บัตรเครดิตมีประโยชน์ในการทำให้ท่านซื้อสินค้าและบริการได้ล่วงหน้า ให้ท่านใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องถือเงินสดจำนวนมาก หรือให้ท่านถอนเงินสดมาใช้ยามจำเป็น แต่มีคนจำนวนมากขาดวินัยและผิดวัตถุประสงค์ บัตรเครดิตมีประโยชน์เนื่องจากใช้แทนเงินสดโดยที่ผู้บริโภคจะมีเวลาปลอดดอกเบี้ยประมาณ 45-50 วันแล้วแต่ธนาคารหรือบัตรเครดิตจะกำหนด นอกจากนั้นยังสามารถเก็บสะสมแต้ม ซึ่งสามารถนำไปแลกสิทธิประโยชน์หรือส่วนลดตามร้านค้าต่าง ๆ แต่ก็มีโทษหากผู้ใช้ไม่ระวังในการใช้จ่าย โดยผู้ใช้บัตรเครดิตจะต้องใช้บัตรเครดิตให้เป็น นั่นคือจ่ายให้ครบจำนวนที่ใช้ไปและตรงเวลา หากทำเช่นนี้ได้ท่านจะไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย ในทางตรงกันข้ามหากท่านให้ธนาคารออกเงินให้ก่อน 45-50 วันในการซื้อสินค้าและบริการ แน่นอนว่าท่านต้องจ่ายดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันแรกที่ท่านใช้จ่าย เพราะเท่ากับว่าท่านกู้เงินจากธนาคาร ซึ่งธนาคารมีต้นทุนนับตั้งแต่วันแรกที่ออกเงินให้ท่าน ขอแนะนำผู้บริโภคว่าอย่าใช้จ่ายบัตรเครดิตที่ฟุ่มเฟือยและไม่จำเป็นหากท่านทราบว่าไม่สามารถจ่ายได้เต็มจำนวน เพราะจะทำให้หนี้สินพอกพูน อีกทางเลือกหนึ่งของบัตรพลาสติกคือการใช้บัตรเดบิต ซึ่งกรณีนี้ลูกค้าจะไม่ได้รับประโยชน์จากเวลาปลอดดอกเบี้ย เพราะตัดบัญชีเงินสดของผู้ใช้บัตรทันทีที่มีการใช้จ่าย ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์